เดินเข้าสู่มืออาชีพมากขึ้น…
January 16, 2012 | admin | หมออนามัยทำเงิน, เรื่องจากหมออนามัย | 2 Comments
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาเราอยู่กับ Wordpress มาตลอด และไม่เคยลังเลใจเลยว่าการทำบล็อกนั้นย่อมดีกว่านั่งอ้าป
[ read more ]
January 16, 2012 | admin | หมออนามัยทำเงิน, เรื่องจากหมออนามัย | 2 Comments
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาเราอยู่กับ Wordpress มาตลอด และไม่เคยลังเลใจเลยว่าการทำบล็อกนั้นย่อมดีกว่านั่งอ้าป
[ read more ]
January 14, 2012 | admin | วิชาการหมออนามัย, เรื่องจากหมออนามัย | 1 Comment
ประสบการณ์การฝึกเขียนอะไรเรื่อยๆ เปื่อยๆ ช่วยให้เราเ้กิดแนวคิดหลายๆ อย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราจ
[ read more ]
December 1, 2011 | admin | หมออนามัยทำเงิน | No Comments
บล็อกสำนักงานฯ เบิกทางได้ดีทีเดียว ประมาณว่าทำอะไรก็ไม่น่าเกียจสำหรับพี่ใหญ่ GG หากบล็อกทั่วไปเกิดการ inde
[ read more ]

การเขียนบล็อกในปัจจุบันรู้สึกว่าจะก้าวเข้าสู่อาชีพอิสระหนึ่งไปเสียแล้ว ถึงแม้ว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะไม่ได้ดีเลิศ ประเสริฐศรีในประเด็นของวิชาการที่คนส่วนใหญ่อ่านแล้วก็ส่ายหน้าว่า ทำไมดูยาก มองแล้วปวดหัว ไปซะอย่างนั้น มีผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านพยายามที่จะเขียนเนื้อหาวิชาการ เช่น สถานการณ์โรค การสอบสวนโรคในงานระบาดวิทยาที่พวกเราชาวสาธารณสุขคุ้นชิน
ไม่ว่าพยายามสักปานใด….สิ่งที่เราสังเกตเห็นก็คือว่า เมื่อเราตั้งต้นที่ประเด็นวิชาการ ยังไงๆ เนื้อหาส่วนใหญ่ก็เป็นวิชาการ แล้วจะบอกได้อย่างเต็มปากได้อย่างไรว่า นี่ประชาชนทั่วไปจะเข้าใจ แม้กระทั่งนักวิชาการคนหนึ่งอ่านแล้วยังต้องคิดต่อด้วยความสงสัยว่า ในหลายๆประเด็นมันคืออะไร ที่กล่าวมาไม่ได้เป็นการสอนสั่งใครแต่อย่างใด หากแต่เพียงสะท้อนความเป็นไปจากประสบการณ์การเขียนที่ย่างเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว
การเขียนเรื่องราวที่ดี คงไม่ได้มองไปที่ความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว แต่พ่วงด้วยความสุขของตัวผู้เขียนเอง สุนทรียศาสตร์ของสำนวน ที่่บ่อยครั้งที่เราใ้ช้คำเปลืองมาก ผิดหลักภาษาไทยที่เรียนมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้ภาษาไทยถึงขั้นวิบัติกระมัง…
ตั้งใจจะพูดเรื่อง “ความต่อเนื่อง Like หมออนามัย.com” ที่แต่ละวันเพื่อนๆ ต่างคลิ๊กกันอย่างกระจุยกระจาย ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนจะแตะ 100 ท่านแล้ว เมื่อเห็นอย่างนี้แล้วมันทำให้เราเกิดแรงหึดขึ้นมาอีกครั้งว่า จะเขียนอะไรเพื่อเป็นการขอบคุณเพื่อนๆ ทุกท่าน
เอาเป็นว่าผมมีเรื่องที่จะเขียนเต็มหัวไปหมด…คำนึงเพียงอย่างเดียวว่า….เพื่อนจะขี้เกียจอ่านซะงั้น.
สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาโปรแกรมแต่งภาพที่ใช้งานง่าย คุณภาพ และประสิทธิภาพใกล้เคียงกับเหล่ามืออาชีพที่ใช้แต่งภาพก่อนที่จะส่งภาพไปขายใน stockphoto ที่ถือได้ว่า่ต้องผ่านการตรวจคัดกรองอย่างละเอียดแล้วละก็ โปรแกรม Lightroom เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ผมเองก็ใช้โปรแกรมนี้แต่งภาพ ตามด้วย photoshop ก่อนที่จะส่งไปขายใน Stockphoto เช่นกัน (อันนี้ก็ศึกษามาอีกต่อหนึ่ง)
ส่วนวิธีการใช้งานโปรแกรม Lightroom ผมก็ใช้แบบมั่วๆ และบอกต่อเท่าที่เมนูเคยใช้ ไม่รู้ลึกซึ้งมากนัก เอาเป็นว่าใช้ประมาณนี้ก็สามารถส่งภาพผ่านได้ไม่ยากเย็นนัก สำหรับเพื่อนๆ ท่านไหนที่ใช้แล้วเจอเมนูเด็ดๆ ก็อย่าลืมนำมาบอกเล่าต่อนะครับ
ลองๆ เล่นกันดู….

ตอนนี้ผมเชื่อว่ามีเพื่อนๆ ชาวหมออนามัย หรือบุคลากรทางด้านสาธารณสุขเข้ามาอ่านบล็อกแห่งนี้อยู่เรื่อยๆ อาจจะด้วยข้อสงสัยที่ว่า มันจะเขียนอะไรต่อ…..เหอะๆ การเขียนบล็อกเป็นอาชีพนั้นมันมีความคล่องตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าจะคิดอะไรก็จะออกมาเป็นเรื่องเป็นราวไปเสียหมด ส่วนจะตรงใจ โดนใจหรือไม่อันนี้ก็ต้องอาศัยประสบการณ์ล้วนๆ เข้าสู่ปีที่ 4 ของการเขียนบล็อกที่เดินไปไหนมาไหน ก็มีแต่คนทักทายว่า “เห้ย…เจอเว็บนายด้วย ที่นั่น ที่นี่ซะจนชิน” ก่อนทำเรารู้อยู่แล้วว่ามันจะเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น
พยายามตอบคำถามของคนรอบข้างเสมอๆ ว่า เขาต้องการอะไรระหว่างที่บอกว่าเจอเว็บของเรา พอจะไล่เรียงได้ดังนี้
1. รู้สึกงั้นๆ ใครๆ ก็ทำได้ ประสาบล็อก
2. แค่พูดเปรยๆ แก้เขิน
3. อยากทำได้มั่ง
4. อยากทำเป็น แต่ไม่กล้าบอกตรงๆ
5. นายเยี่ยมมาก
6. อยากได้ตังค์
ฯลฯ
กล้าบอกทุกท่านได้เลยว่า ทุกสิ่งที่ทำไปในช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ทำอย่างเลื่อนลอย มีเป้าหมายอย่างชัดเจนบนความสบายๆ ของวิถีที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานในด้านนี้ หากให้สรุปให้เห็นภาพก็จะประมาณเด็กที่กำลังจะหัดเดินนั่นละ ล้มบ้าง ปากคาบดินบ้างตามประสา ใช้เวลาไม่นานก็สามารถวิ่งซนได้ตามใจนึก…
วันนี้อยากจะมาแนะนำสำหรับเพื่อนๆ ที่เริ่มออกเดินทางสะสมแหล่งเงินบนโลกออนไลน์แห่งนี้ว่า ลองหามุมมองที่แตกต่าง เนื้อหาที่ใหม่สด ไ่ม่ใช่เรื่องดาราแน่นอน เพราะเรื่องเหล่านี้ยากเหลือเกินที่จะไปต่อสู้กับเจ้าถิ่นใน Search
แต่ยังมีเรื่องราวอีกมากมาย เป้าหมายต่อไปที่ผมกำลังทำอยู่ และจะทำอย่างต่อเนื่องก็คือ ถ่ายภาพส่งขายใน Stock พร้อมๆ กับมองหาเนื้อหาที่น่าสนใจ และคู่แข่งไม่มาก หยิบมาทำบล็อกให้มีคนเข้าเยี่ยมชมสัก 100 คน/วัน ไปเรื่อยๆ
ไม่นานนักรายได้ก็จะขยับจากหลักหมื่นที่ได้รับ เป็นหลักหลายหมื่นเองโดยอัตโนมัติ
ส่วนเรื่องของบล็อกที่นิ่งทำอันดับได้ดี มีเพื่อนเข้าเยี่ยมชบบ่อยอยู่แล้วก็เขียนอะไรให้อ่านไปพรางๆ ยกตัวอย่าง ไอเดียการทำอันดับจากเพลง เพียงแค่เริ่มฟังเพลงแล้วเพลงนี้โดนใจเรา การจะโดนใจคนอื่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยาก อย่างเพลง สาวส่า เสียเส้น ของคุณ เล็ก ภูสน ที่ผมลองเขียนก็สามารถทำอันดับในหน้้าแรก GG
หวังว่าคงจะพอเป็นไอเดียในการเริ่มต้น และต่อยอดบนความสม่ำเสมอของแนวคิดกันต่อไปนะ ร่ำรวยๆ ทุกท่าน

เคยเขียนเรื่องทำนองนี้อยู่โพสหนึ่งนานมาแล้วว่า “นักวิชาการสาธารณสุข” นับวันยิ่งมีความกลายพันธุ์เรื่อยๆ จะด้วยเหตุแห่งที่มา เปลี่ยนสายงาน เปลี่ยนกระทรวง ทบวง กรม ก็แล้วแต่ เราพูดและเข้าใจรวมๆ ว่า นักวิชาการสาธารณสุข จากการสังเกตพบว่าช่วงก่อนปี พ.ศ. 2552 นักวิชาการสาธารณสุขยังเป็นที่ต้องการของตลาดสุขภาพจำนวนมาก ช่วงเวลาแห่งวิกฤตนำมาซึ่งโอกาสของมหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่มีกรอบในการผลิตเร่งผลิตให้ทันป้อนเข้าสู่ระบบกันอย่างเต็มที่
แต่พอมาถึง ปี พ.ศ. 2554 เราจะพบว่า ยังมีนักวิชาการสาธารณสุขอีกจำนวนไม่น้อยตะเวนหางาน สอบภาค ก. อยู่เนืองๆ เพื่อรอคอยโอกาสที่วิ่งสวนทางกับการวิ่งวุ่นที่ไม่รู้ว่าจะมาบรรจบกันเมื่อไหร่อยู่อย่างนั้นร่ำไป
หากมองดูดีๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับเกมส์ที่เด็กๆ ชอบมาขอเล่นที่สำนักงานในวันหยุดอะไรมากมายนัก รูปแบบ ฉาก แสง สี เสียง ได้ถูกจัดขึ้นในมุมมืดที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างชัดเจน ยกตัวอย่าง การไม่ให้นักวิชาการที่ไม่ได้จบจากสถาบันพระบรมราชนกฯ ขึ้นเวร หรือ ให้การรักษาด้านการพยาบาล (ยกเว้นว่าเมื่อมนุษยธรรมจริงๆ..ที่ไม่สามารถเลี่ยงได้)
ถึงแม้ว่าจะมีพยาบาลวิชาชีพคอยกำกับดูแลก็ตามที จริงๆ เรื่องเหล่านี้ควรที่จะมีความชัดเจนมาตั้งนานแล้ว สายวิชาการก็อยู่ในส่วนของวิชาการไป ส่วนรักษาก็ทำหน้าที่ของตนเองให้เต็มที่ อย่าได้พึ่งพิงแต่วิชาการที่สามารถทำได้ทุกอย่างมากนัก แต่พองานสำเร็จก็บอกว่าฉันทำอย่างนั้น อย่างนี้ ขอความกรุณาโปรดใช้คำว่า วิชาชีพของท่านให้เต็มที่
ไม่ได้ต้องการเสียดสีอะไร หากแต่สะท้อนความเป็นจริง โปรดจงเข้าใจว่างานวิชาการสามารถแยกออกได้เป็น 2 ประเภท (ส่วนตัว) คือ
1. วิชาการแบบพอลวกๆ ขอให้ได้ส่ง
2. วิชาการที่สามารถนำไปใช้ และศึกษาต่อได้
ทุกคนล้วนต้องการวิชาการข้อ 2 แต่ไม่เคยให้ระยะเวลาที่สนองตอบผลของงานเหล่านี้เลย ผมเองเชื่อว่านักวิชาการในประเทศไทยสามารถทำผลงานทางวิชาการได้ไม่แพ้ใคร หากแต่เพียงลดทอนภาระที่ไม่ใช่บทบาทลงไปบ้างแค่นั้น
ร้อยละ 70 ของงานทั้งหมด นักวิชาการสาธารณสุขทำงานแทนคนอื่น วิชาชีพอื่นๆ สามารถทำงานวิชาการได้เพียง ร้อยละ 30 (สถิติเชิงกะ….ของผมเอง)
ด้วยเหตุผล หรือ การเปรียบเปรยทั้งหมดทั้งมวล กำลังสะท้อนให้เพื่อนๆ ชาวสาธารณสุขเห็นว่า สำหรับสายงานอื่นที่ยังไม่เป็นนักวิชาการ ก็ให้วิ่งเข้ามาสายนี้ หรือไม่ก็วิ่งเข้าสู่สายพยาบาลวิชาชีพตามแต่ชอบใจ
สรุปทิ้งท้ายว่า อย่าให้เกมส์ๆ นี้เล่นกับเราฝ่ายเดียว จงหาทางหนีทีไล่ไว้ให้ดี ถึงแม้คุณจะไม่อยากเล่น จะทำยังไงก็ในเมื่อเผลอแป๊บเีดียวเรายืนปลิ่มๆ เหวลึกเสียแล้ว….

พยายามนำรายได้ที่หมออนามัยคนนี้พอจะหาได้ จากโลกออนไลน์ที่มีมูลค่ามหาศาลแห่งนี้มาฝากเพื่อนๆ เพื่อเป็นกำลังใจ สำหรับคนที่ยังไม่คิดที่จะทำอะไรก็มองหาแนวทางได้แล้วนะครับ การเริ่มลงมือศึกษาในวันนี้ยังไม่สายเกินไป แต่ก็อย่างว่าละครับว่า การจะทำอะไรต้องอยู่บนพื้นฐานของคำว่า ใจรัก….
กระซิ๊บเบาๆ อีกนิดว่า การหาเงินในโลกออนไลน์ใบนี้ เริ่มด้วยการศึกษา ลงมือทำไปเรื่อยๆ ไม่ได้หวังผลตอบแทน พอช่วงเวลาผ่านไปไม่ถึงปี รายได้จะวิ่งเข้ามาหาเราจนขี้เกียจเอาเช็คไปขึ้นเงินเลยละ (เพราะเอาไปขึ้นเงินเมื่อไหร่ใช้หมดทุกที) อันนี้อย่าเอาเหยี่ยงอย่าง
6,700 กว่าบาทคงไม่น่าเกียจเท่าไหร่นักสำหรับคำว่า “แค่หมออนามัย”