หวนคำนึง…เมื่อเวลาผ่าน



กระแสการขับเคลื่อน ถักทอของเพื่อนๆ สาธารณสุขศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 7 โครงการร่วมระหว่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร กับ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร ที่นำพามาสู่การเขียนโพสนี้ จะด้วยเหตุอันใดนั้นยากจะอธิบาย ภาพ เสียง เมื่อครั้งอดีตทำให้เราหมายว่า ใคร อยู่ไหน และ ทำอะไรบ้าง….

บทพิสูจน์เรื่องการจากลา รวมถึงการทิ้งระยะห่าง ทำให้หัวใจเกิดปฏิกิริยา con con con หรือแปรตรงๆ ก็ไร้เสถียรภาพ…และจะเข้าสู่ความเสถียร เมื่อได้ดั่งใจมั่น 50 ชีวิตแห่งการคลอด ยังไม่ได้รับการตรวจ DNA ก่อนลงสู่สนามรบ จะเรียกว่าการลดลองก็ใช่ที แต่มองดูก็คล้ายการสุ่มแบบเจาะจง…ก็ล้วนแล้วมีนัยสำคัญที่ไร้การอ้างอิง

ณ วันนี้เข้าสู่ปีที่ 4 ของการทดสอบความแข็งแรงของ DNA ของเพื่อนๆ ชาว ส.บ. 7 เชื่อว่า ทุกท่าน ทุกคน คงยังมีความสุขดี หากได้ยินเสียงนี้แล้ว ขอความกรุณานิ่งไว้ อย่าเปิดเผยตัวเด็ดขาด เพราะนั่นหมายความว่า ท่านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีตามวิสัย

ภาพอดีตเมื่อ 6 ปีที่แล้ว รวดเร็วเหมือนขี่รถไฟฟ้า..BTS ไม่ต้องเชื่อหรอกว่า เรื่องนี้ไม่มีที่สิ้นสุด หากตราบใดเรายังคงตกอยู่ในวังวลแห่งความหลัง…ความทรงจำ รอยยิ้ม ความฝัน คงกระตุ้นให้หัวใจพองโต กระโดดออกจากกะลา เพื่อแสวงหาประโยชน์แห่งสาธารณะ ใช่ประโยชน์ส่วนตน

ฉากจบของเรื่องนี้….คือ การกำหนดของตัวท่านเอง แน่นอนคุณเลือกที่จะจบแบบสวยงาม Happy ไ่ม่อยากจบแบบยับยู้ยี่….แน่นอน…

ปล. เห็นเพื่อนๆ ประกาศ meetting เลยเขียน…….เรื่อยไป ตามปะสา…อือ….

ร่่วมแรง กับ แอบแฝงเค้ามาพร้อมกันหรือเปล่า…..



เสียงจากผู้ชายคนหนึ่งที่เติบโตจากโคลนตม และปัจจุบันก็ยังคงได้กลิ่นไอนั้นอยู่ จะด้วยเหตุผล ข้ออ้าง หรือข้อกล่าวถึง พาดพิง ไม่พิง อะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ชีวิตคนๆ หนึ่งได้ผ่านร้อน ฝน ร้อนมากๆ ร้อนตับแหลบ…มาได้ขนาดนี้ (พูดซะดูแก่เลย..) ไม่ขนาดนั้นหรอกจ้า…

ณ วันนี้เ้ข้าสู่ปีที่ 4 ของการอาศัยความสุขแห่งชาวประชา แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือหล่อเลี้ยงชีวี หนีร้อน มาพึ่ง ร้อน ชาวบ้านแถบนี้ เสียงสะท้อนเป็นไปด้วยดี ร่วมแรง แข็งขัน สุขสันต์ทุกคน เป็น slogan ที่เราพูดกันบ่อย…ฟังแล้วก็ชุ่มฉ่ำใจได้เหลือคณา…

การทำงานที่นับวันยิ่งสะสม หรือ ถมทับ แนวคิดผสมเปลวไฟเมื่อเราจบใหม่ๆ ไปแทบหมดสิ้น จะเรื่องอะไรนั้นคงไม่พูดถึง ยั่วให้ยากแล้วก็จากไปซะงั้น เอาเป็นว่า ความผาดโผนของคนวัยหนุ่มแรง ที่จบใหม่เริ่มกลายเป็นเถ้าถ่าน ถึงแม้ใจจะผสานแรงแห่งนักสู้ที่พ่อให้มา แขนขาอันอบอุ่นแห่งแม่ อยู่อย่างเต็มที่ก็ตามที ประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนเราว่า บางครั้้ง สิ่งที่ดำเนินไปตามรูปแบบ กระบวนการ ที่ถูกคัดสรรตามกฎของธรรมชาติ ก็ดำเนินไปอย่างเงียบๆ แต่เมื่อไหร่ที่มีมวลสาร ที่ไม่รู้มาจากไหนมาแทรกแซง เราจะสัมผัสได้ว่า สิ่งแปลกปลอมมาเยือน ดังจะเห็นได้จากรูปแบบการทำงานของหมออนามัยเราเปลี่ยน อย่างไม่มีวันหวนคืนจากอดีต เท่าที่ผมได้ศึกษามา เปลี่ยนแปลงอย่างไรนั้น…คงไม่ต้องก้มมองลอดหว่างขาหรอก…มองดูรอยเท้าที่เราเดินผ่านมาดูสิ จะรู้ว่า โอ้…รองเท้าเริ่มขาดแล้ว..(เฮ้ย..ไม่ใช่) เราจะเห็นจริงๆ

นโยบายสาธารณสุขที่ตอบสนองกระบวนการในข้างต้น เอื้อประโยชน์ต่อมวลสารที่กล่าวอ้าง ทำให้รูปแบบการทำงานของเราเปลี่ยนไปหรือเปล่า ก็คงไม่ฟันธง เพียงสะท้อนให้ได้คำนึงก็แค่นั้น…

สรุป ทำไงเราจะร่วมแรง แข็งขัน และ ขับไล่ัภัยแอบแฝง หรือ กาฝากเหล่านี้ได้มั่ง…..หรือควรปล่อยให้เป็นไปตามกฎแห่งธรรมชาติ ไม่ดี คัดออก งั้นหรือ…….

ตกลงเขียนอะไรของมัน…งงง

ปรับเว็บบอร์ดนิดหน่อย….



หลังจากที่ได้ลองทดสอบ เว็บบอร์ดที่เป็น plugin ของ wordpress พบว่า มีบางเวลาที่เข้าใช้งานไม่ได้เนื่องจาก การดึงข้อมูลค่อนข้างหนักหน่วง….ดังนั้นเพื่อให้เพื่อนๆ ได้ใช้งานได้อย่างราบรื่น จึงได้ปรับบอร์ดโดยใช้ phpbb3 แทน….

จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกันครับ……ก็ขอให้เพื่อนๆ สนุกกับการเขียน บอกเล่า เรื่องราว ส่วนท่านใดมีปัญหาอะไรก็ โพสทิ้งไว้ก็ได้ครับ ตอบได้หรือไม่ได้นั้นก็อีกเรื่อง (อ้าว..กวนซะงั้น)

หากเรื่องนั้นผมสามารถตอบได้ ก็จะพยายามมาตอบให้ หากตอบไม่ได้จริงๆ เชื่อว่าเพื่อนๆ ผู้คงวิชา ประสบการณ์ยอด แถวๆ นี้คงมาตอบให้ครับ…..

คลิ๊กที่เว็บบอร์ดขวามือของท่านได้เลยจ้า

หนังสือ ” หมออนามัย 2 ปี “



ก่อนจะเขียนเรื่องหนังสือที่ขึ้นหัวข้อไว้ ขอร้องป่าว…เพื่อนๆ ที่เยี่ยมชมบล็อกครับว่า เว็บบอร์ดสามารถใช้งานได้แล้ว และขอแก้ไขในวิดิโอการใช้เว็บบอร์ดครับว่า ผู้เยี่ยมชมทั่วไปสามารถแสดงความคิดเห็น แบ่งปัน ความรู้ ประสบการณ์ กันได้แล้ว จริงๆ ผมไม่อยากทำให้เป็นในรูปแบบ original เท่าไหร่นัก เพราะยากนัก ยากหนา ที่ผู้คนจะมารวมกันที่จุดใด จุดหนึ่ง เพื่อสร้างประโยชน์ให้คนอื่น หรือเหมารวมๆ ก็คือ ได้ฉันทำ ไม่ได้ฉันไม่เอา ทำนองนั้น

แต่…ก็มีเพียงชนกลุ่มน้อย ที่ Email มาหาบ้าง อยากบอก อยากเล่า ผมขอแค่ 3-4 คนที่สนใจบอกเล่าแค่นั้นละ..เหอะๆ เขียนมาเถอะ ความรู้ของพวกท่าน มีประโยชน์ต่อเด็กๆ ที่กำลังจะก้าวสู่สังคม ให้พวกเขาหลงเข้ามาในบล็อกแห่งนี้ แล้วประทับใจ ดีกว่าหลงเข้าป่า ไปพึ่งยาเสพติด….เกี่ยวไหม

บังเิอิญ…ค้นเจอหนังสือเล่มนี้ หมออนามัย 2 ปี ของคุณ นายนพดล ทองอร่าม ต้องขออนุญาตนำรูปภาพมาบอกเล่านะครับ….ผมอ่านข้อความในเว็บบอร์ดแห่งนี้ http://www.bynatureonline.com/forum/showthread.php?&t=347 แล้วพบว่า ไอเดีย ในการเขียนหนังสือดีมากๆ แต่ผมก็ยังไม่ได้อ่าน เพราะไม่รู้ว่าจะหาซื้อได้ที่ไหน ความลำบาก ของเด็กที่จบ ม.ปลาย ย่างก้าวเข้าสู่สนามฝึก เพื่อเป็นยอดฝีมือในระยะเวลาอันสั้น อะไรทำให้เค้ามุ่งมั่น ตั้งใจ และกล้าที่จะแบกภาระอันใหญ่หลวงครั้งนี้ สำหรับการเรียนแค่ 2 ปี แต่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนไข้…ยิ่งในพื้นที่กันดาร คงไม่ต้องพูดถึง ว่าจะลำบากสักปานใด….โม้ไม่ได้ เพราะยังไม่ได้อ่าน….พอแค่นี้ละ

แต่ใครรู้ว่า หนังสือเล่มนี้ ซื้อได้ที่ไหน ช่วยบอกหน่อยนะครับ…….จะไปถามว่า แจกเป็นค่าตอบแทนในการโปรโมทได้เปล่า…เหอะๆ พูดเล่นครับ…..

ความรู้ และประสบการณ์ มีประโยชน์กับรุ่นน้องมากนัก

บ่อยครั้ง…ที่มีน้องๆ ม.5 ม.6 ซึ่งกำลังสับสนว่า พี่ค่ะ พี่ครับ เราจะเดินไปทางไหนดี เรียนสาสุขดีไหม เรียนพยาบาลดียังไง เพราะปัจจุบันเยาวชนเหหันมามองงานด้านนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยการตัดสินใจหลักคือ ไม่ตกงาน ปัจจัยดังกล่าวเริ่มระบาดสู่วงกว้าง….จนบางครั้งผู้ปกครองก็ไม่ได้คำนึงเลยว่า่ ลูกของตนชอบสายงานด้านนี้หรือไม่ จนกลายเป็นว่า ใช้ผลตอบแทนเพียงน้อยนิดทำลาย อนาคตของลูกก็มี

ความสบสนดังกล่าว ไม่เคยได้รับการตอบเฉลย…แต่เป็นการดันหลังให้เผชิญด้วยเรื่องราวที่คนแล้วคนเล่า ผ่านไปผ่านมา จนบางครั้งเรามองว่า มันก็เรื่องธรรมดาๆ เจ้าเรื่องธรรมดาของเรานั่่นละมันยากที่จะเข้าใจสำหรับเยาวชนรุ่นใหม่ๆ ที่ใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อความบันเทิงเป็นหลัก

ยกตัวอย่าง คนที่ทำเว็บไซด์เป็น เค้าก็บอกว่า ใช้….เขี่ยๆ ก็เป็นเว็บแล้ว แต่คนที่ทำไม่เป็น โอ้…เยี่ยม…ทำได้ไง…..คงยากแน่ๆ เลย…ทั้งๆ ที่คำตอบของประสบการณ์มันสร้างแรงใจให้เดินต่อได้เป็นไหนๆ สรุปคือว่า ร่่วมแบ่งปันความรู้….เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตน….