แจ้งปรับราคาเสื้ออนามัยชุมชน

เสื้ออนามัยชุมชน เสื้อฟ้าขาว สั่งซื้อเสื้ออนามัย  ขายเสื้ออนามัย

หลังจากเปิดตัวเสื้ออนามัยชุมชน (ฟ้า ขาว ) เพื่อนๆ ชาวสาธารณสุขให้การตอบรับกันอย่างหนาแน่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนๆ จาก ตรัง สุราษฯ โคราช มุกดาหาร หนองคาย ฯลฯ ผมขอขอบพระคุณสำหรับการอุดหนุนในครั้งที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก…..บอกเล่าถึงความจริง ถึงแม้ว่าผมจะขายเสื้อให้เพื่อนๆ ได้ 20 กว่าตัว แต่ค่าเหนื่อยนั้น ได้ตัวละ 5 บาท…ด้วยเหตุที่ทั้งค่าจัดส่ง และค่าโอนเงินอีก บวก ลบ กลบหนี้แล้ว เหลือ 5 บาทจริงๆ เพื่อนเอ๋ย….

แต่โชคดีหน่อย..ที่ส่วนใหญ่สั่งคนละ 2 ตัวมั่ง 3 ตัวมั่ง จึงทำให้พอมีรายได้สัก 90-100 บาทไปซื้อก๋วยเตี๋ยวกินแถวอนามัยหน่อย…..

วันนี้จึงแจ้งข่าว…เพื่อความอยู่รอดของหมออนามัยน้อยมายังเพื่อนๆ ครับว่า ขอปรับราคาเสื้อเพิ่มขึ้นอีก 19 บาท….หากสั่ง 1 ตัว….นั่นหมายความว่า…

สั่งซื้อเสื้ออนามัยชุมชน 1 ตัว ราคาตัวละ 399 บาท (ราคารวมค่าจัดส่งทั่วไทย)
พิเศษ ! หากสั่งเสื้ออนามัยชุมชน ตั้งแต่ 3 ตัวขึ้นไป ราคาตัวละ 380 บาท (ราคารวมค่าจัดส่งทั่วไทย)

ท่านสามารถสั่งซื้อได้ง่ายๆ ที่ http://www.unitynature.com/order.html เมื่อโอนเงินแล้ว ขอความกรุณาแจ้งชื่อ ที่อยู่ วันเวลาในการโอนเงิน จำนวนเงิน ขนาด Size เสื้อ ทาง Email : sugunxp@hotmail.com หรือโทร. 084-3795772 (สุกรรณ มะลิต้น)

รูปแบบและวิธีการนวด

การนวดไทย มีรูปแบบของการนวดอยู่มากมาย รูปแบบคล้ายกับศิลปะการต่อสู้ของไทย ที่เรียกว่า ” มวยไทย ” คือ สามารถใช้ทุกส่วนของร่างกายในการต่อสู้หรือการนวด จะแตกต่างกันก็ตรงที่ผลของการนวดที่ให้เกิดความสบาย แต่มวยไทยทำให้เจ็บปวด การนวดไทยเป็นศิลปะที่ผู้คนยอมรับมากมาย มีหลายคนที่สนใจอยากศึกษาศิลปะนี้ และมีหลายคนที่ต้องการรับสัมผัสในรูปแบบนี้

เราสามารถนวดได้โดยวิธีการต่างๆ ดังนี้

1. การกด เป็นการใช้น้ำหนักดลงบนกล้ามเนื้อเราอาจใช้ส่วนของร่างกาย เช่น นิ้วมือ ฝ่ามือ ข้อศอก หัวเข่า ฝ่าเท้า หรือใช้เครื่องมือ ได้แก่ ท่อนไม้ ก้อนหิน ฯลฯ ในการนวด
ประโยชน์ของการกดนวด ทำให้กล้ามเนื้อเส้นเอ็นพังผืดยืดคลาย หลอดเลือดขยายตัว การไหลเวียนเลือดดีขึ้น ทำให้ระบบประสาทถูกกระตุ้น การทำงานของอวัยวะต่างๆ ดีขึ้น
โทษของการกดนวดที่ไม่ถูกต้อง : จะทำให้กล้ามเนื้อช้ำ หลอดเลือดฉีกแตก ระบบประสาทเสียการทำงาน กระดูกแตกหัก และทำให้รู้สึกเจ็บปวด

2. การบีบ เป็นการใช้น้ำหนัก 2 ด้านบีบกล้ามเนื้อเข้าหากัน เราอาจใช้มือโดยใช้นิ้วหัวแม่มือบีบเข้าหานิ้วทั้งสี่หรือการประสานมือใช้ฝ่ามือบีบ
ประโยชน์ของการบีบนวด : เช่นเดียวกับการกด การบีบเป็นการกดสองด้านเข้าหากัน
โทษของการบีบนวดที่ไม่ถูกต้อง : ให้ผลเช่นเดียวกับการกด นอกจากนั้นการบีบนวดยังทำให้ผู้นวดรู้สึกล้าเร็ว เนื่องจากต้องใช้กล้ามเนื้อในการออกแรงบีบ

3. การคลึง เป็นการใช้น้ำหนักกดคลึงลึกถึงกล้ามเนื้อให้เคลื่อนไปมา หรือคลึงเป็นวงกลม
ประโยชน์ของการนวดคลึง : การคลึงเป็นการนวดที่แผ่วเบา มุ่งให้เกิดการกระจายน้ำหนักที่กด เรามักใช้วิธีการคลึงบนส่วนของร่างกายที่เป็นเนื้ออ่อนหรือส่วนที่ไวต่อความรู้สึก หรือส่วนที่ไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อปกคลุม ได้แก่ บริเวณหลังมือ หลังเท้า ทรวงอก กะโหลกศีรษะ และบริเวณข้อต่อกระดูก
โทษของการนวดคลึงที่ไม่ถูกต้อง : เช่นเดียวกับการกด

4. การถู เป็นการใช้น้ำหนักกดถูลงบนผิวหนังไปมา หรือถูเป็นวงกลม
ประโยชน์ของการถูนวด : ทำให้ผิวหนังยืดรูขุมขนเปิด หลอดเลือดฝอยบริเวณผิวหนังขยายตัวเกิดความรู้สึกร้อนขึ้น มักใช้สิ่งหล่อลื่นประกอบการถูนวด เช่น น้ำมันนวด ยาหม่อง แป้งฝุ่น เป็นต้น
โทษของการถูนวดที่ไม่ถูกต้อง : ถ้าหากถูกนวดบนผิวหนังที่แห้งฝืด จะทำให้ผิวหนังฉีกขาดเกิดความรู้สึกเจ็บปวดแสบร้อนไ้ด้

5. การกลิ้ง เป็นการใช้ส่วนที่เป็นท่อนกลม ได้แก่ ท่อนแขน ท่อนไม้ หรือลูกกลิ้ง กดกลิ้งลงบนกล้ามเนื้อที่มีลักษณะเป็นมัดใหญ่ยาว
ประโยชน์ของการนวดกลิ้ง ทำให้กล้ามเนื้อถูกน้ำหนักกดต่อเนื่องตลอด เกิดการยืดคลาย
โทษของการนวดกลิ้งที่ไม่ถูกต้อง : ทำให้กล้ามเนื้อฉีกขาด

ุ6. การตบ การทบ หรือการสับ เป็นการออกแรงกระตุ้นกล้ามเนื้อเป็นจังหวะ
ประโยชน์ของการตบ การทุบ หรือการสับ : ทำให้เกิดการกระจายแรงตึงของกล้ามเนื้อ เรามักใช้วิธีการตบ การทุบ หรือการสับ หลังจากที่กดนวดกล้ามเนื้อ เพื่อผ่อนคลายแรงตึง และกระตุ้นการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
โทษของการตบ การทุบ หรือการสับที่ไม่ถูกต้อง : ทำให้กล้ามเนื้อชอกช้ำ หรือเกิดการเจ็บปวด

ึ7. การหมุน เป็นการออกแรงหมุนข้อต่อกระดูกเป็นวงกลม
ประโยชน์ของการนวดหมุน : ทำให้เส้นเอ็นพังผืดรอบข้อต่อยืดคลาย น้ำไขข้อชุ่มชื้น การเคลื่อนไหวข้อต่อดีขึ้น
โทษของการนวดหมุนที่ไม่ถูกต้อง : ทำให้เส้นเอ็นพังผืดรอบข้อต่อฉีกขาด เกิดการอักเสบบริเวณข้อต่อกระดูก ข้อต่อเคลื่อนหลุดออกจากตำแหน่งปกติ

8. การบิด เป็นการออกแรงบิดกล้ามเนื้อข้อต่อให้ยืดขยายออกในทางทะแยง
ประโยชน์ของการบิด : เช่นเดียวกับการหมุนและทำให้กล้ามเนื้อยืดคลาย
โทษของการนวดบิดที่ไม่ถูกต้อง เช่นเดียวกับการหมุน

9. การยืดดัด เป็นการออกแรงยึดกล้ามเนื้อข้อต่อให้ยืดขยายออกในทางยาว
ประโยชน์ของการยืดดัด : เช่นเดียวกับการหมุน และทำให้กล้ามเนื้อยืดคลาย
โทษของการยืดดัดที่ไม่ถูกต้อง : เช่นเดียวกับการหมุน

10. การลั่นข้อต่อ เป็นการออกแรงยืดข้อต่อให้เิกิดเสียงดังลั่น
ประโยชน์ของการลั่นข้อต่อ : ทำให้ฟองอากาศที่อยู่ในข้อต่อถูกบีบออกจึงทำให้เกิดเสียง การเคลื่อนไหวข้อต่อดีขึ้น เกิดความรู้ึสึกผ่อนคลาย
โทษของการลั่นข้อต่อที่ไม่ถูกต้อง : ทำให้ข้อต่อเสื่อมเร็ว เพราะมีการเสียดสีอย่างรุนแรงเกิดขึ้นระหว่างผิวกระดูก ผิวกระดูกบาง พังผืดแข็งตัว ข้อต่อโป่ง

ความหมายของการนวด และประเภทการนวด

ความหมายของการนวด ซึ่งก็หมายถึง การสัมผัสต่อร่างกาย โดยใช้ส่วนของร่างกายหรือเครื่องมือต่างๆ และมีจุดมุ่งหมายเพื่อบรรเทาความไม่สบาย ทำให้ความรู้สึกทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ดีขึ้น รวมถึงความรู้สึกทางจิตใจด้วย ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต (ร่างกาย จิตใจ ความรู้สึก)

การนวดเป็นกลวิธีการดูแลสุขภาพเบื้องต้นของมนุษย์ มนุษย์รู้จักวิธีนวดมาตั้งแต่เริ่มกำเนิดมาบนโลก เมื่อมนุษย์รู้สึกไม่สบายหรือเกิดความเจ็บปวดขึ้น ก็จะเกิดกระบวนการการรักษาตนเอง หนึ่งในวิธีการรักษาตนเองนั้น ก็โดยการสัมผัสบริเวณที่มีอาการปวดอยู่เสมอ ดังนั้น การนวดจึงเป็นวิธีการรักาาสุขภาพพื้นฐานในการบรรเทาความเจ็บป่วยของมนุษย์ เป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลมากที่่สุด

ประเภทของการนวดไทย หากแบ่งตามลักษณะของการนวด จะแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. การนวดแบบยืดหรือดัด เป็นการนวดแบบผสมผสานการบริหารร่างกายตนเองโดยการยืดตัว วิธีการนวด คือ การยืดกล้ามเนื้อจะช่วยทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นยืดตัว ข้อต่ออยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ทำให้การเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ปัจจุบันการนวดในลักษณะนี้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยรูปแบบของการนวดเป็นศิลปะของการเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งมีความต่อเนื่องกันไปและดูสวยงาม และผลของการนวดซึ่งอาจดูแล้วน่าจะเกิดอันตรายแต่ถ้าหากผู้นวดได้รับการฝึกฝนที่ดีพอ ก็ไม่ทำให้เกิดอันตรายใดๆ และยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของร่างกายอีกด้วย

2. การนวดแบบจับเส้น การนวดลักษณะนี้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่หมอนวดสังเกตจากที่นวดให้ผู้อื่นแล้วสังเกตเห็นปฏิิกิริยาของแรงกดที่แล่นไปตามส่วนของร่างกาย วิธีการนวดคือ การกดลงไปตามแนวเส้นของความรู้สึก ทำให้เส้นที่ติดขัดอุดตันคลายตัว พลังแล่นได้สะดวก มีความรู้สึกดีขึ้น การทำงานของอวัยวะก็ดีขึ้นด้วย วิธีการนวดในลักษณะนี้นิยมใช้กันในหมู่ของหมอนวดพื้นบ้าน

3. การนวดแบบกดจุด เป็นการนวดที่ผสมผสานแนวคิดของความสัมพันธ์ระหว่างอวัยวะและตำแหน่งบนร่างกายที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งสามารถกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ ได้โดยกดนวดลงบนตำแหน่งของร่างกาย วิธีการนี้มีลักษณะแนวคิดคล้ายกับการกดจุดและปักเข็มของจีน

ข้อแตกต่างนวดแบบทั่วไป กับ นวดแบบราชสำนัก

สรุปข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างการนวดแบบทั่วไปกับการนวดแบบราชสำนัก มีรายละเีอียดดังนี้

1. หมอนวดแบบราชสำนักต้องมีกิริยามารยาทเรียบร้อย เดินเข่าเข้าหาผู้ป่วย ไม่หายใจรดผู้ป่วยขณะทำการนวดต้องหันหน้าไปด้านข้างหรือเงยหน้า ส่วนหมอนวดแบบทั่วไปมิได้เพ่งเล็งถึงเรื่องเหล่านี้ ลักษณะการนวดเป็นแบบกันเองกับผู้ป่วย บางคราวจึงไม่สำรวมและไม่ระมัดระวังตัวนัก

2. หมดนวดแบบราชสำนักจะไม่เริ่มนวดฝ่าเท้า นอกจากจำเป็นจริงๆ มักเริ่มนวดตั้งแต่หลังเท้าขึ้นไป ส่วนหมอนวดแบบทั่วไปจะเริ่มนวดที่ฝ่าเท้า

3. หมอนวดแบบราชสำนักจะใช้เฉพาะมือ นิ้วหัวแม่มือ และปลายนิ้วอื่นเท่านั้นในการนวด และไม่ใช้การนวดคลึงในขณะกด (นวด) แขนจะต้องเหยียดตรงเสมอ ส่วนหมอนวดแบบทั่วไป มิได้คำนึงถึงท่าทองของแขนว่าจะตรงหรืองอ

4. หมอนวดแบบราชสำนักทำการนวดผู้ป่วยซึ่งอยู่ในท่านั่ง นอนหงาย หรือนอนตะแคง แต่ไม่ให้ผู้ป่วยนอนคว่ำเลย การนวดแบบทั่วไปมีการให้ผู้ป่วยนอนคว่ำด้วย

5. หมอนวดบบราชสำนัก จะไม่ใช้การดัดหรืองอข้อ หลัง หรือส่วนใดของร่างกายด้วยกำลังและไม่มีการนวดโดยใช้เข่า ข้อศอก ฯลฯ แต่หมอนวดทั่วไปไม่งดเว้นการปฏิบัติดังกล่าว และอาจมีหมอนวด 2 คน ช่วยกันนวดในขณะเดียวกันต่อผู้ป่วย 1 คน

ุ6. หมอนวดแบบราชสำนักต้องการทำให้เกิดผลต่ออวัยวะและเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกๆ โดยการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและเพิ่มการทำงานของเส้นประสาท กรณีนี้หมอนวดจะต้องมีความรู้ทางด้านกายวิภาคศาสตร์เชิงปฏิบัติดีพอควร ส่วนหมอนวดทั่วไปหวังผลโดยตรงจากการกดนวดเป็นส่วนใหญ่ และจากการนวดคลึงเป็นครั้งคราว ซึ่งการไม่ระมัดระวังจุดสำคัญตามความรู้ของกายวิภาคศาสตร์อาจเกิดอันตรายได้

ประเภทของการนวดไทย

massage2

การนวดไทย สามารถจำแนกเป็น 2 ประเภท คือ การนวดแบบราชสำนัก และนวดสายเชลยศักดิ์ (นวดพื้นบ้านทั่วไป)

การนวดแบบราชสำนัก หมายถึง การนวดเพื่อถวายกษัตริย์และเจ้านายชั้นสูงของราชสำนักจึงพิจารณาถึงคุณสมบัติของผู้เรียนอย่างปราณีตถี่ถ้วน และการสอนมีขั้นจรรยามารยาทของการนวด การนวดต้้องสุภาพมาก ใช้อวัยวะน้อยส่วน และต้องตรงตามจุด จึงกล่าวได้ว่า เป็นการฝึกมือและการนวดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ

การนวดเชลยศักดิ์ หมายถึง การนวดแบบสามัญชน มีการสืบทอดฝึกฝนแบบแผน การนวดตามวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเหมาะมากสำหรับชาวบ้านในการนวดกันเอง ใช้สองมือและอวัยวะส่วนอื่นโดยไม่ต้องใช้ยา ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักแพร่หลายในสังคมไทย

การนวดไทยมิใช่นวดเพื่อรักษาความเจ็บปวดเท่านั้น แต่มีคุณค่าต่อกระบวนการดูแลสุขภาพและรักษาโรค โดยอาศัยการสัมผัสอย่างมีหลักการระหว่างผู้ให้การรักษา (หมอนวด) และผู้รับการรักษา (ผู้ป่วย) การนวดจะส่งผลโดยตรงต่อร่างกายและจิตใจ คือ ตั้งแต่ทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดลม กล้ามเนื้อผ่อนคลาย รักษาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย การฟกช้ำ เคล็ดขัดยอก จนกระทั่งสามารถช่วยให้สุขภาพดี กระปี้กระเปร่า จิตใจสดชื่นผ่อนคายได้เป็นอย่างดี การนวดทุกรูปแบบมีส่วนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ส่งเสริมความสามัคคีภายในครอบครัวและสังคมอีกทางหนึ่ง

ในสังคมไทยสมัยก่อนการถ่ายทอดวิชาการนวดไทย ไม่มีการสอนอย่างถูกระเบียบแบบแผนแต่เป็นการถ่ายทอดตามสายบรรพบุรุษหรือตระกูลเดียวกัน ผู้ที่เป็นอาจารย์จะพิจารณาว่าบุคคลที่จะเป็นศิษย์มีคุณลักษณะเหมาะสมที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ให้หรือไม่ หรือาจจะเป็นผู้ที่คุ้นเคยและเคยเรียนวิชามาฝากตัวเป็นศิษย์ โดยจะมีพิธีการไหว้ครูและครอบวิชาหมอนวดให้ วิธีการเรียนการสอนมีลักษณะแบบตัวต่อตัว เริ่มเรียนจากการฝึกกำลังนิ้ว ตั้งแต่ขยำก้อนขี้ผึ้ง ดินน้ำมัน หรือดินเหนียวจนมีกำลังนิ้วและมือแข็งแรงมากขึ้น จากนั้นจะสอนเรื่อง จุดนวด เส้นประตูลม ฯลฯ แล้วเริ่มฝึกปฏิบัติหัดนวดครูและติดตามครูเพื่อรับรู้ประสบการณ์วิธีการนวดและการจับเส้นจากครูให้ได้มากที่สุ่ด การเรียนต้องใช้ความอุตสาหะมากในการฝึกปรือ จึงจะสามารถรับวิชาการนวดไทยได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

รูปจาก : http://www.stonics.com/images/article/AR0800430c132.jpg