จุดที่ต้องทำความสะอาดเป็นพิเศษ(ส้วม)

- พื้นห้องส้วม ตรวจพบการปนเปื้อนอุจจาระร้อยละ 50
- ที่รองนั่งส้วม ตรวจพบการปนเปื้อนอุจจาระร้อยละ 31
- ที่กดโถส้วม โถปัสสาวะ ตรวจพบการปนเปื้อนอุจจาระร้อยละ 7.7
- ก๊อกน้ำ ตรวจพบอุจจาระปนเปื้อนร้อยละ 7
- กลอนประตู ตรวจพบการปนเปื้อนอุจจาระร้อยละ 2.7
ขั้นตอนการทำความสะอาดห้องส้วม

1. สำรวจดูหยากไย่ทุกวัน ถ้าพบให้ทำความสะอาดทันที
2. กวาดพื้นให้สะอาด
3. เก็บขยะโดยผูกปากถุงให้แน่นแล้วนำไปกำจัดให้ถูกต้องทุกวัน และทำความสะอาดถังขยะอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
4. ทำความสะอาดและเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค บริเวณผนังฉากกั้น ประตูด้านในและด้านนอก ที่จับประตู และกลอนประตู ทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง
5. ทำความสะอาดและเช็คกระจกส่องหน้าให้ใส อย่างน้อยวันละครั้ง
6. ทำความสะอาดและเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค บริเวณอ่างล้างมือ ก๊อกเปิด ปิดน้ำ และเคาร์เตอร์ อย่างน้อยวันละครั้ง
7. ทำความสะอาดและเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค บริเวณโถส้วม โถปัสสาวะ ที่กดน้ำของโถส้วมและโถปัสสาวะ ทำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
8. ทำความสะอาดพื้นห้องส้วมทุกวัน อย่างน้อยวันละครั้ง
9. หมั่นตรวจ และทำความสะอาดห้องส้วมให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ และตรวจดูว่า โถส้วม โถปัสสาวะ พื้นห้องส้วม อ่างล้างมือ และเคาร์เตอร์ ต้องสะอาด และแห้งอยู่เสมอ ช่วงเวลาและความถี่ ควรพิจารณาจากจำนวนมากน้อยของผู้ใช้ส้วม ควรทำความสะอาดบ่อยครั้งที่มีคนใช้จำนวนมาก ทำวันละ 2-6 ครั้ง
10. สำรวจหากมีอุปกรณืหรือสุขภัณฑ์ใดชำรุดต้องแจ้งซ่อมทันที
เกณฑ์ส้วมสาธารณะสะอาด

เกณฑ์ส้วมสาธารณะสะอาด มีรายละเอียดดังนี้…
1. ไม่มีกลิ่นเหม็น
2. พื้น ผนัง เพดาน ทำด้วยวัสดุคงทน สะอาด
3. อุปกรณ์ในห้องส้วมสะอาด อยู่ในสภาพที่ไม่ชำรุด และใช้งานได้
4. พื้นแห้งและไม่ลื่น
5. มีแสงสว่างเพียงพอ
6. มีการระบายอากาศดี
7. จัดให้มีห้องส้วมแยก ชาย หญิง โดยมีข้อความ หรือสัญลักษณ์ที่ชัดเจน
8. จัดให้มีห้องส้วมให้เลือกแบบนั่งยอง และนั่งราบ (ชักโครก)
9. ระบบถังเก็บอุจจาระและท่อส่งอยู่ในสภาพที่ไม่ชำรุด
10. มีผู้ดูแลรับผิดชอบทำความสะอาด อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
11. มีน้ำสะอาดพอเพียงตลอดเวลาให้บริการ
12. จัดให้มีห้องส้วมสำหรับผู้พิการ
คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับห้องน้ำผู้พิการ
1. จัดให้มีห้องส้วมสาธารณะสำหรับผู้พิการอย่างน้อย 1 ห้อง และมีป้ายหรือสัญลักษณ์ชัดเจน
2. ประตูทางเข้าเป็นบานเลื่อนหรือบานพับที่สามารถเปิดได้โดยไม่ต้องออกแรงมากนัก
3. โถส้วมใช้ชนิดนั่งราบและที่ปล่อยน้ำเป็นชนิดคันโยก
4. ใต้อ่านล้างมือให้มีที่สำหรับรถเข็นสอดเข้า
5. ก๊อกน้ำและที่ใส่สบู่เหลวใช้ชนิดก้านโยก หรือก้านกด
ความเสียหายของระดับดีเอ็นเอ (DNA)

ปัจจุบันเกษตรกรไทยส่วนใหญ่เลือกใช้สารเคมีกำจัดแมลงเพื่อให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น ลดการใช้แรงงานและระยะเวลา ซึ่งสารเคมีกำจัดแมลงทำให้เกิด การตกค้างในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม และยังส่งผลต่อสุขภาพ และหากได้รับเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดพิษเรื้อรัง เช่น พิษต่อระบบประสาท พิษต่อทางเดินอาหาร ระบบหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งมีผลต่อสารพันธุกรรมในเนื้อเยื่อของร่างกาย ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
ผลจากการประเมินความเสี่ยงต่อสุขภาพของเกษตรกรใน 4 ภาคของประเทศไทย โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่า จำนวน 1,217 คนได้รับสารเคมีกำจัดแมลง ช่วงอายุ 18-65 ปี ในเกษตรกรไทยที่ใช้สารเคมีกำจัดแมลง จำนวน 734 คน และกลุ่มเกษตรกรที่ไม่ใช้สารเคมีกำจัดแมลง หรือเกษตรอินทรีย์ที่เคยใช้แล้วหยุดใช้สารเคมีกำจัด แมลงมกกว่า 1 ปีขึ้นไป จำนวน 483 คน ซึ่งรายงานผลการตรวจเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเป็นพิษทางพันธุกรรมภายในเซลล์ โดยตรวจความถี่ในการเกิดไมโครนิวเคลียส เพื่อดูความเสียหายระดับดีเอ็นเอ ของกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว
จำนวนความเสียหายระดับดีเอ็นเอ ภายในเซลล์เฉลี่ย 4.4 และ 3.9 เซลล์ต่อ 1,000 เซลล์ตามลำดับ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากลุ่มเกษตรกรที่ใช้สารเคมีกำจัดแมลงมีแนวโน้มที่พบความเสียหายระดับดีเอ็นเอมากกว่า กลุ่มที่ใช้สารเคมีกำจัดแมลง จึงอาจเกี่ยวข้องกับความเป็นพิษทางพันธุกรรมและอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้
ข้อมูลจาก : สำนักวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข
โภชนบัญญัติ 9 ประการ

ร่างกายเราต้องการสารอาหารที่มีอยู่ในอาหารต่างๆ เพื่อให้มีสุขภาพดี เราจึงต้องรู้ว่าจะกินอะไร กินอาหารอะไรบ้าง มากน้อยเพียงใด จึงจะได้รับสารอาหารครบและเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โภชนบัญญัติ 9 ประการนี้ จะช่วยได้ หากท่านปฏิบัติตามหลักต่อไปนี้
1. กินอาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลายและหมั่นดูแลน้ำหนักตัว
2. กินข้าวเป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ
3. กินพืชผักให้มากและกินผลไม้เป็นประจำ
4. กินปลา เนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ
5. ดื่มนมให้เหมาะสมตามวัย
6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร
7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสหวานจัดและเค็มจัด
8. กินอาหารที่สะอาด ปราศจากการปนเปื้อน
9. งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์