โรคหัดเยอรมัน Rubella

สาเหตุ : เกิดจาก Rubella virus กลุ่ม Paramyxovirus
ระยะติดต่อ : 7 วันก่อนและหลังผื่นขึ้น
อาการและอาการแสดง : หลังได้รับเชื้อประมาณ 14 -21 วันจะปรากฎอาการนำ
เด็กเล็ก : ก่อนผื่นขึ้นจะไม่มีไข้
เด็กโต : ไข้ต่ำๆ หรือไข้สูง เบื่ออาหาร ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะและอาจมีตาแดงเล็กน้อย ไอเล็กน้อย
ระยะก่อนผื่นขึ้น : ต่อมน้ำเหลืองโต บริเวณหลังหูและท้ายทอย หลังผื่นขึ้น 1 วัน ต่อน้ำเหลืองจะเริ่มยุบลง ผื่นแดงมีลักษณะเป็น Maculopapule เริ่มจากใบหน้า กระจายไปที่คอ แขน ลำตัว และขา ภายใน 24 ชั่วโมง ผื่นจะหายไปหมดภายใน 3 วัน หลังจากผื่นเริ่มขึ้นมีอาการปวดข้อ ในผู้ใหญ่มี arthritis แต่ไม่บวม
ภาวะแทรกซ้อน : สมองอักเสบ หัวใจอักเสบ จ้ำเลือดเนื่องจากเกร็ดเลือดต่ำ
การป้องกัน : วัคซีน MMR เมื่อเด็กอายุ 9-12 เดือน
ลักษณะเด่นของโรคห้ัดเยอรมัน คือ ผื่นขึ้นพร้อมมีไข้ต่ำๆ เป็น 3 วัน อาการหายไป ต่อมน้ำเหลืองโต
โรคหัด (Measles) มันเป็งไง

ไม่ใช่โรคอ่อนหัด นะครับ เหอะๆๆ
มาดูกันว่า โรคหัดเป็นไงบ้าง ตามนี้ครับ
สาเหตุ เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ที่ชื่อว่า Paramyxovirus (พารามิกโซไวรัส)
ระยะติดต่อ : ช่วงระยะ 3-5 วัน ก่อนผื่นขึ้นไปจนถึง 4 วันหลังผื่นขึ้น รวมก็ 10 วันโดยประมาณ
อาการและอาการแสดง: ระยะฟักตัวหลังจากติดเชื้อ ประมาณ 12 วัน แบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้
1. ระยะก่อนผื่นขึ้น ไข้จะสูงพร้อมๆ กับผื่นขึ้น มีอาการหวัด ไอ และตาแดงร่วมกับ พบ Koplik’s spot และจะหายไปหลังเกิดผื่นประมาณ 24 ชั่วโมง
2. ระยะออกผื่น ไข้จะสูงมาก ตาแดงจัด น้ำตาไหล กลัวแสง (photo-phobia) ไอรุนแรงลักษณะเป็น ผื่นแดงนูนเล็กน้อย อยู่รวมๆ กันเป็นกลุ่มเป็นส่วนใหญ่
3. ระยะฟื้นตัว อาการไอมีต่อไปประมาณ 1 สัปดาห์ และจะมีรอยโรค
ภาวะแทรกซ้อน
1. ช่องหูอักเสบ
2. ปอดอักเสบ
3. สมองอักเสบ
4. อุจจาระร่วง
การป้องกัน
โรคนี้สามารถป้องกันด้วยวัคซีน MMR 9-12 เดือน และ 4-6 ปี (ซ้ำ)
ลักษณะเด่นของโรคหัด คือ พบ Koplik’s spot ไอมาก ไข้สูง ตาแดง
วิตามิน ร่างกายต้องการน้อยแต่ขาดไม่ได้

วิตามิน หลายๆ คนรู้ แต่บางครั้งเรากลับปล่อยปะ ละเลย ไม่ค่อยสนใจ ถึงแม้ว่าร่างกายของคนเราจะต้องการวิตามินในปริมาณที่ไม่มากนัก หรือ วิตามินบางตัวร่างกายเราก็สามารถสร้างเองได้ แต่เราก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใส่ใจ กับรายละเอียดในสิ่งเหล่านี้บ้าง เพื่อความสมดุลแห่งร่างกาย และจะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดีในลำดับต่อไป
วันนี้ขอยกตัวอย่าง การขาดวิตามินแต่ละประเภท ให้เพื่อนๆ น้องๆ ดูกันครับ ดังนี้
1. วิตามิน A
อาการแสดงเมื่อขาด วิตามินเอ คือ ตาแห้ง (Xerophthalmia) ตามัวในที่มืด (Night blindness) เยื่อบุตาขาวแห้ง (Conjunctival xerosis) เกล็ดกระดี่ (Bitot’s spot)
การรักษาในกรณีขาดวิตามินเอ คือ
อาจใช้วิตามินทดแทนหรือ รับประทานอาหารที่มีวิตามินเอ หรือ แคโรทีนสูง เช่น ตับ ไข่แดง ผักใบเขียวจัด ผักและผลไม้ที่มีสีเหลือง เช่น มะละกอสุก ฟักทอง มะเขือเทศ
2. วิตามิน B1 (ฺBeri-Beri) ไธอามิน
อาการแสดงเมื่อขาดวิตามิน นี้คือ เหน็บชา การ reflex ของข้อน้อย แบ่งเป็น Dry และ Wet beir -beri บวม หรืออาจหัวใจวายได้
อาหารที่มีวิตามิน B1 ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ หมู ตับ ไข่แดง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง
3. วิตามิน B2 (Riboflavin)
อาการเมื่อขาดวิตามินนี้ คือ ระบบย่อยอาหารจะไม่ค่อยดี การสร้างโลหิตไม่สมบูรณ์ มีแผลที่มุมปาก ตาไม่สู้แสง เท้าแสบ ลิ้นอักเสบ หู จมูก ผิวหนังอักเสบ น้ำตาไหล
อาหารที่มีวิตามิน B2 ได้แก่ ถั่วลิสง รำ ถั่วเหลือง เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ผักใบเขียว มะม่วง แอปเปิล กล้วย แตง คะน้า ผักกาด ถั่ว ผักเขียว ฝรั่ง นม ยีสต์ และลูกเกต
4. วิตามิน B6 (pyridoxin)
อาการเมื่อขาดวิตามิน นี้ ได้แก่ นอนไม่หลับ ผมร่วง เกิดโรคผิวหนัง โลหิตจาง มุมปากแตก ปาก ลิ้น ผิวหนัง ปลายประสาทอักเสบ หรืออาจชักได้
อาหารที่มีวิตามิน B6 ได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่แดง และกระหล่ำปลี นมข้าวโพด ข้าว รำยีสต์ พวกถั่วต่างๆ
5. วิตามิน B12 และโฟลิค
อาการเมื่อขาดวิตามิน นี้ ได้แก่ ซีด ตัวเหลือง เบื่ออาหาร มีอาการทางระบบประสาทส่วนปลาย เจ็บปาก ลิ้นเลี่ยน ชา เสียความรู้สึก
6. วิตามิน C (scurvy)
อาการเมื่อขาดวิตามินนี้ ได้แก่ กระสับกระส่าย ร้องกวน (ในเด็ก) เบื่ออาหาร เหงือกบวมเลือดออก นอนแบะขา (frog position) มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ตายได้
อาหารที่มีวิตามิน C ได้แก่ น้ำส้ม ผักใบเขียว มะเขือเทศ ฝรั่ง มะขามป้อม
7. วิตามิน D
อาการเมื่อขาด ได้แก่ ซึม กล้ามเนื้ออ่อนแรง กระดูกอ่อน ฟันขึ้นช้า ผุง่าย
อาหารที่มีวิตามิน D ได้แก่ ไข่ ปลาที่มีไขมันมาก เนย และนม
8. โปรธรอมบิน คอมเพล็ก
อาการเมือขาดวิตามินนี้ เลือดออก แข็งตัวช้า ซีด ตับโต ม้ามโต
9. วิตามิน K
อาการเมือขาด ได้แก่ เลือดแข็งตัวช้า ซีด Hemorrhagic Disease
10. ไอโอดีน
อาการเมือขาด ได้แก่ คอพอก ต่อมไธรอยด์โต เจริญเติบโตช้า พัฒนาการช้า หน้าผากย่น เตี้ยแคระ ไม่สมส่วน ผมเปราะบาง
เผยเคล็ดลับการดูแลสุขภาพผ่านบทเพลง
เพลง : สร้างสุขภาพ
คำร้อง/ทำนอง : ลดารัตน์ สุจริต
ขับร้อง : ลดารัตน์ สุจริต
เรียบเรียง : โต คนโบราณ
บทเพลงสร้างสุขภาพ ถือได้ว่าเป็นบทเพลง ที่ชาวสาธารณสุขแห่ง อำเภอพรเจริญ จังหวัดหนองคาย ได้ผลักดันแนวความคิด เพื่อการเข้าถึงแหล่งข้อมูลด้านสาธารณสุขของประชาชน วันนี้ได้คลอดบทเพลงสร้างสุขภาพ ซึ่ง เป็นเคล็ดลับง่ายๆ ที่ทุกคนสามารถปฏิบัติได้เอง ครอบคลุมการดูแลสุขภาพจิต การรับประทานอาหาร การออกกำลังกายที่เหมาะสมในแต่ละวัย…และอื่นๆ
อย่างน้อยๆ หากทุกท่านฟังเพลงนี้จบ…ถึงแม้ไม่รู้เรื่อง ผมเองเชื่อว่าความบันเทิง และความรู้สึกผ่อนคลายคงบังเกิด….
ไม่เชื่อตามไปพิสูจน์ได้เลย….
เพลงล้างมือ บทสะท้อนความห่วงใย
เพลง : ล้างมือ
คำร้อง/ทำนอง : ลดารัตน์ สุจริต
ขับร้อง : ลดารัตน์ สุจริต
เรียบแรง : โต คนโบราณ
ผลงานสร้้างสรรสังคม จากใจชาวอำเภอพรเจริญ บทสะท้อนความห่วงใย สุขภาวะของประชาชน เรียงร้อยวลี เชื่อมโยงเป็นคำ นำสู่นวตกรรม การถ่ายทอดองค์ความรู้ยุก 2.0
พูดถึงการล้างมือ : หลายๆ คน คงเมินหน้าหนี ว่ารู้แล้วๆๆ ใช่ครับคนส่วนใหญ่รู้ แต่ไม่ค่อยทำ สิ่งหนึ่งที่จะแก้ไข คงไม่ใช่วัยผู้ใหญ่ วัยกลางคน แต่เป็นวัยเด็ก วัยเรียน และวัยรุ่น หากกลุ่มพลังมวลชนกลุ่มนี้ ปฎิบัติตนจนเป็นนิสัย ผมเองเชื่อเสมอว่า ความยั่งยืนแห่งสุขภาพของแต่ละตัวบุคคล ประมวลผลโดยรวม คงดีไม่ใช่น้อย
พูดสั้นๆ สุขภาพ ดี หรือ ไม่ดี มือของเราเป็นตัวกำหนด …รายละเอียดวิธีล้างมือไม่ขอพูดถึงครับ เพลงล้างมือ เพลงนี้อธิบายขั้นตอน ผ่านทำนองเพลงที่สนุกสนาน และเข้าใจง่ายอยู่แล้ว…แต่มีปัญหานิดหน่อย (เป็นระบบเสียงซาวแทรกซ์) บางส่วน…..หากไม่เข้าใจก็ฝากไว้ครับ..ผมก็พอรู้บ้างสำหรับภาษานี้….
พร้อมแล้วไปฟังกันเลย…..กับเพลงล้างมือ…ล้างมือ…