แหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำ
แหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำเกิดได้จากหลายกิจกรรม ซึ่งแต่ละกิจกรรมจะมีปริมาณและคุณลักษณะน้ำเสียแตกต่างกัน และก่อให้เกิดผลกระทบที่แตกต่างกันด้วย กิจกรรมหลักที่ทำให้เกิดมลพิษน้ำ แบ่งเป็น 3 กิจกรรมหลักได้แก่ ชุมชน และพาณิชย์ จากโรงงานอุตสาหกรรมและจากเกษตรกรรม อธิบายได้ดังนี้
1. น้ำเสียชุมชน
หมายถึง น้ำที่เกิดจากการใช้ประโยชน์ในกิจกรรมต่างๆ และระบายน้ำทิ้งลงสู่ท่อระบายน้ำ แหล่งรองรับน้ำเสีย หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยไม่ได้ผ่านการบำบัดให้มีลักษณะที่ดีขึ้นหรือสะอาดขึ้นก่อน ซึ่งทำให้แหล่งน้ำที่มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมและเน่าเสียในที่สุดในการฟื้นฟูคุณภาพน้ำจะต้องใช้งบประมาณสูงมาก กิจกรรมที่จัดอยู่ในกลุมที่ก่อให้เกิดน้ำเสียชุมชน ได้แก่
1.1 บ้านพักอาศัย น้ำเสียจากบ้านพักอาศัยนั้น เกิดจากเศษอาหารจากการล้างจานและภาชนะหรือจากการปรุงอาหาร รวมถึงสารต่างๆ ที่เกิดจากการทำความสะอาดเสื้อผ้า สิ่งของต่างๆภายในบ้านและการอาบน้ำ บ้านพักอาศัยส่วนใหญ่จะมีอัตราการระบายน้ำเีสียปริมาณ 150-216 ลิตร/คน/วัน หรือประมาณ 180 ลิตร/คน/ลิตร
1.2 ภัตตาคารมีน้ำเสียเกิดจากห้องครัวและห้องส้วม โดยเฉพาะค่าน้ำมันและไขมันจะมีปริมาณสูง ในน้ำเสียจากห้องอาหารหรือภัตตาคาร อันเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดการอุดตันในท่อระบายน้ำเสีย
1.3 โรงแรมมีน้ำเสียจากห้องน้ำและห้องส้วมจากห้องพัก และห้องครัว หรือภัตตาคารภายในโรงแรม อาคารสำนักงาน มีน้ำเสียจากห้องน้ำ ห้องส้วม
1.4 กิจกรรมอื่นๆ เช่น สถานบริการอาคารพาณิชย์ โรงเรียน อาคารชุด ตลาด สถานบริการจำหน่ายน้ำมัน เป็นต้น
2. น้ำเสียจากกิจกรรมการเกษตร
แหล่งกำเนิดน้ำทิ้งจากการเกษตรที่สำคัญแ่บ่งตามลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน ได้เป็นพื้นที่เพาะปลูก ฟาร์มเลี้ยงสุกร และบ่อเลี้ยงปลา
การเพาะปลูก
การเพาะปลูกเป็นพื้นที่สำคัญเนื่องจากมีเนื้อที่มากที่สุด และมีการใช้สารพิษกำจัดศัตรูพืช มากที่สุด้วย มลพิษทางน้ำที่เกิดจากการเกษตรส่วนใหญ่แล้วเกิดมาจาก
2.1 การใช้ปุ๋ย ปุ๋ยที่ใส่กับพืชจะถูกใช้ไม่หมดและตกค้างอยู่ในดิน ซึ่งถูกดูดซึมซับไว้ในรูปของสารคอลลอย์ในดิน และเกิดผลกระทบต่อคุณภาพน้ำของน้ำบาดาล น้ำในแม่น้ำ และน้ำทะเล เมื่อถูกซะลางลงไป ปุ๋ยเคมีส่วนใหญ่แล้วจะประกอบด้วยสาระประกอบเชิงเดี่ยวของธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซียมซึ่งเป็นธาตุอาหารของพืช
2.2 สารเคมีที่ใช้ทางการเกษตร ประกอบด้วยยาฆ่าแมลง ยาฆ่าเชื้อโรค และยาฆ่าหญ้า การใช้สารเหล่านี้มีทั้งข้อดีข้อเสีย ยาปราบศัตรูพืชที่ถูกฉีดพ่นลงในไร่นานั้น บางส่วนจะติดอยู่ตามใบ ลางส่วนก็อาจตกลงไปบนพื้นดิน และบางส่วนอาจถูกพัดพา โดยลมไปตกยังต่างๆ เมื่อฝนตกก็จะถูกซะฃ้างลงสู่แม่น้ำำและก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทีีอาศัยอยู่ในน้ำ
ฟาร์มสุกร
ของเสียจากฟาร์มสุกร ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากเนื่องจากมีความสกปรก ปัญหาสำัคัญที่เป็นผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมจากกิจกรรมการเลี้ยงสุกร ได้แก่ ปัญหามลพิษทางน้ำ ปัญหามลพิษทางเสียง และปัญหากลิ่นรบกวน ของเสียที่เป็นปัญหาหลักสำหรับฟาร์มสุกรคือ
1. ส่วนที่เป็นของแข็ง โดยของเสียที่เป็นของแข็งส่วนมากเป็นมูลสุกร ที่เกิดขึ้นจากการขับถ่ายทุกว้น และเศษอาหารที่ทำหกลงบนพื้นคอก ถุงใส่อาหาร ขวดยา เข็มฉีดยา เป็นต้น
2. ส่วนที่เป็นน้ำเสีย น้ำเสียจากฟาร์มนั้นเกิดจากน้ำล้างคอกหรือโรงเรียน น้ำล้าง ตัวสุกร และปัสสาวะของสุกร ทั้งนี้ปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้นอยู่กับจำนวนสุกร ลักษณะการใช้น้ำของเกษตรกรแต่ละราย
โดยปริมาฯของเสียขึ้นกับลักษณะต่างๆ เฉพาะตัวของสุกร เช่น เพศ อายุ ขนาด เคลื่อนไหว ความเคยชินต่อสภาพแวดล้อม ปริมาณและส่วนประกอบของอาหารที่สุกรกิน รวมทั้งอิทธิพลทางจิตใจ เช่น การตื่นตกใจ ความกลัวและความเครียด ปริมาณและลักษณะน้ำเสียขึ้นอยู่กับประเภทของฟาร์มสุกรที่เลี้ยง จำนวนการเลี้ยง ลักษณะการทำความสะอาด และลักษณะการใช้น้ำของแต่ละฟาร์ม 

ในประเภทของสัตว์เลี้ยง ตามหลักแล้วการเลี้ยงไก่จะไม่ทำให้เกิดมลพิษทางน้ำ เพราะว่าสิ่งขับถ่ายของมันจะเป็นของแข็ง(ส่วนใหญ่แล้วใช้เก็บรวมรวมมาทำปุ๋ยคอก) อย่างไรก็ดี การเลี้ยงเป็ด ห่าน ในประเทศแถบเอเชียอาคเนย์ ยังใช้วิธีการเลี้ยงกันอยู่บนพื่นที่ริมน้ำ จึงอาจทำใ้ห้เกิดมลพิษทางน้ำขึ้นได้
การเพาะเลี้ยงปลา
การเพาะเลี้ยงปลาเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งภายในฟาร์มและส่งผลกระทลต่อเนื่องไปยังสิ่งแวดล้อมภายนอกฟาร์ม ซึ่งมลพิษที่เกิดขึ้นภายในฟาร์มเพาะเีลี้ยงแบ่งได้ 4 ประเภท ดังนี้
1. มลพิษจากการเตรียมบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำี
การเตรียมบ่ใหม่ เป็นการเตรียมบ่อของผู้เลี้ยงรายใหม่ที่ยังไม่เคยใช้บ่อดินในการเพาะเลี่ยงสัตว์น้ำ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับสภาพดินบริเวณบ่อให้มีความเป็น กรด ด่าง ที่เหมาะสมกับการเลี้ยงปลา สำหรับดินที่มีสภาำพเป็นกรดสูงจะต้องเติมปูนขาวลงในบ่อ เพื่อทำให้ดินมีสภาพเป็นกลาง หรือมีความเป็นด่างเล็กน้อย ขณะเดียวกันก็มีการเติมปุ๋ยอินทรีย์หรืออนินทรีย์ (ปุ๋ยเคมี) เพื่อสร้างอาหารธรรมชาติใ้ห้เกิดขึ้นในบ่อ นอกจากนั้นการใส่ปุ๋ยจะช่วยลดความขุ่นของน้ำและทำให้น้ำใสขึ้น
2. มลพิษจากการให้อาหารสัตว์น้ำ
สารอาหารที่ใช้เลี้ยงสัตว์น้ำประกอบด้วย โปรตีน คาร์โบโฮเดรต ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ การให้อาหาร นอกจากจะต้องคำนึงถึงปริมาณของสารอาหารที่มีให้อาหารแต่ละประเภทที่ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของปลา แต่ปัจจุบันการให้อาหารของเกษตรกรบางรายไม่ได้คำนึงถึงอัตราการแลกเนื้อ ทำให้ปริมาณอาหารที่เหลือจากการกินของสัตว์น้ำมีการสะสมในก้นบ่อเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันอาหารที่ไม่จมลงก้นบ่อ จะส่งผลให้คุณภาพน้ำในบ่อน้ำเสียได้เช่นกัน
3. มลพิษจากการสิ่งขับถ่ายของสัตว์น้ำ
สิ่งขับถ่ายของสัตว์น้ำจัดเป็นสารอินทรีย์สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ แต่ถ้ามีมากเกินไป ธรรมชาติก็ไม่สามารถบำบัดด้วยตัวเองได้ทัน ดังนั้นจึงก่อให้เกิดปัญหาตามมา สภาพต่างๆของน้ำจัดเป็นตัวกำหนดความเป็นพิษของแอมโมเนีย ถ้าน้ำสภาพเป็นด่างสูง ทำให้ปลามีโอากาสได้รับ อันตรายจากแอมโมเนียน้อยมาก
4. มลพิษจากตัวยารักษาโรค
อาจกล่าวได้ว่ายารักษาโรค ก็คือ สารเคมีชนิดหนึ่งซึ่งสัตว์น้ำแต่ละชนิดจะใช้ยาในการรักษาโรคแตกต่างกันออกไป ดังนี้
ก. ปลาสวาย ยาที่ใช้ในการรักษาโรคที่เกิดขึ้น ได้แก่ ฟอร์มาลิน มาลาไคท์กรีน ด่างทับทิม และดิพเทอร์เร็กซ์ เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการรักษาโรคพยาธิที่เกิดกับปลาสวาย
ข. ปลาช่อน ยาที่ใช้ในการรักษาโรคที่เกิดขึ้นได้แก่ ฟอร์มาลิน และถ่ายพยาธิ เป็นต้น
ค. ปลาดุก ยาที่ใช้ในการรักษาโรคที่เกิดขึ้น ได้แก่ เกลือแกง ปูนขาว ออกซีเตตร้าไซคลิน และดิพเทอร์แรกซ์ เป็นต้น
3. น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ประเทศอุตสาหกรรม รายได้จากภาคอุตสาหกรมได้ทำรายได้ให้กับประเทศมากกว่า ภาคเกษตรกรรมอย่างน้อย 2 เท่า ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศมีการเจริญเติบโตอย่่างรวดเร็ว ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ได้เพิ่มมากขึ้น ปัญหามลพิษน้ำไม่ได้หยุดอยู่ที่ความสกปรกในรูป บีโอดี ได้ขยายครอบคลุมไปถึงโลหะหนัก สารพิษ สารอันตรายอื่นๆ เนื่องมากจากการที่ประเภทโรงงานตั้งเพิ่ิมขึ้น อันเป็นผลจากการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมลสารเหล่านี้ยากที่จะทำลาย โดยสามารถสรุปลักษณะน้ำเสียตามประเภทอุตสาหกรรม ได้ดังนี้
3.1 อุตสาหกรรมอาหาร
3.2 อุตสา่หกรรมสิ่งทอ
3.3 อุตสาหกรรมการผลิตและการะดาษและเยื่อกระดาษ
3.4 อุตสาหกรรมเครื่องหนัง
3.5 อุตสาหกรรมผลิตเคมีภัณฑ์
3.6 อุตสาหกรรมการกลั่นน้ำมัน
3.7 อุตสาหกรรมปิโตรเคมี
3.8 อุตสาหกรรมผลิตเหล็กและเหล็กกล้า
3.9 อุตสาหกรรมการผลิตโลหะที่นอกเหนือไปจากเหล็ก
3.10 อุตสาหกรรมการเคลือบโลหะ
3.11 อุตสาหกรรมเซรามิกส์และซีเมนต์
4. อื่นๆ
โดยทั่วไปแล้วมลพิษทางน้ำเกิดขึ้น เพราะมีการปล่อยมลสารออกสู่ภายนอก อย่างไรก็ตาม ลางครั้งอาจเกิดกรณีของสารเคมีตกหล่นหรือแพร่กระจายเข้าไปในอากาศและถูกลมพัดพาไปจนตกลงสู่น้ำ ซึ่งทำให้เกิดมลพิษทางน้ำตามมา นอกจากนี้แหล่งกำเนิดมลพิษน้ำยังรวมถึงสถานบำบัดน้ำเสีย โรงผลิตน้ำประปา หรือ สถานบำบัดสิ่งปฏิกูล
คุณอาจสนใจเรื่องนี้
Comments (4)
Leave a Reply
Power by : Mr.SUGUN MALITON :: : sugunxp@hotmail.com


ผมกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับน้ำเสีย ไอ้อ่านบทความของหมอแล้วสามารถนำไปอ้างอิงในงานวิจัย ได้ แต่ผมไม่ทราบว่า ปีที่จัดทำหรือมีการปรับปรุงบทความเมื่อใด
เพราะผมเองอยากจะเผยแพร่ให้คนอื่นได้ทราบข้อมูลด้วย
ช่วยตอบให้ผมทราบทีครับ
ขอบคุณล่วงหน้าครับ
ผมนำมาเผยแพร่ต่อจากเอกสารที่ อ.สอนตอนเรียน ไม่ทราบที่มาจริงๆ ครับ
แล้วปีหมออนามัยลงเผยแพร่ในwebsite ละครับ พอจะบอกได้หรือไม่ครับ เพราะปกติจะขึ้นอยู่ตอนท้ายของ web ว่า update เมื่อไร
พอดีหนังสืออยู่ที่บ้านเดี๋ยวกลับบ้านจะลองๆ ค้นดูอีกที ไม่รู้ว่าจะทันใช้ึรึเปล่า