ต้อหิน โรคตาต้อหินในผู้สูงอายุ

glaucoma (ต้อหิน)

โรคต้อหิน เป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ผู้สูงอายุตาบอด ซึ่งเกิดจากความดันลูกตาสูงขึ้นผิดปกติทำให้ประสาทตาค่อยๆ เสียทีละน้อยจนกระทั่งตาบอดไปในที่สุด

ต้อหิน แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่

1. ต้อหินชนิดเฉียบพล้น (ต้ิอหินมุมปิด)
2. ต้อหินชนิดเรื้อรัง (ต้อหินมุมเปิด)

1. ต้อหินชนิดเฉียบพลัน เป็นต้อหินที่พบมากในคนสายตายาว จะเป็นมาในวัยเลยกลางคนไปแล้ว เกิดจากช่องระบายของเหลวในตาเกิดปิดทันทีทำให้ความดันในลูกตาสูงขึ้นอย่างเฉียบพลัน พอเริ่มเป็นจะมีอาการอย่างรวดเร็ว ทำให้ตาบอดได้ภายในไม่กี่วัน

อาการสำคัญ ได้แก่

1. มีตาแดงผิดปกติ ปวดตาอย่างรนแรงทันที ทันใด
2. เห็นเป็นสีรุ้ง เมื่อมองดวงไฟ
3. ตามัวอย่างรวดเร็ว ร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน
4. มักเป็นตาข้างใดข้างหนึ่ง

การรักษา

ถ้ามาหาแพทย์ในระยะแรก แพทย์จะรีบให้ยาลดความดันลูกตา แล้วจะิพิจารณาทำการผ่าตัดที่เหมาะสมในลำดับต่อไป
ต้อหินชนิดเฉียบพลันนี้สามารถป้องกันได้หรือ ถ้าเป็นใหม่ๆ ก็รักษาให้หายได้โดยการทำการผ่าตัด แต่ต้องทำอย่างให้เร็วที่สุด หากปล่อยทิ้งไว้นาน จะมีผังผืดเชื่อมปิดอย่างถาวร ทำให้เป็นต้อหินไปตลอดชีวิต เวลา ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาต้อหินชนิดเฉียบพลัน ปัจจุบันมีการนำแสงเลเซอร์มา้ใช้ในการผ่าตัด ซึ่ง สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ไม่มีแผล ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

เนื่องจากเมื่อเกิดต้อหินมุมปิดของตาข้างใดข้างหนึ่งแล้ว คาดได้เลยว่าจะเกิดต้อหินแบบเดียวกันในตาอีกข้าง จึงจำเป็นต้องทำการผ่าตัดอีกข้างหนึ่ง เพื่อป้องกันไว้ด้วย

ข้อควรปฏิบัติ

รีบพบแพทย์ ถ้าทิ้งไว้ตาจะบอดภายในไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ และยิ่งมาช้าการผ่าตัดก็จะยิ่งลำบากมากยิ่งขึ้น โอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนหลังผ่าตัดก็จะมากตามไปด้วย

2. ต้อหินชนิดเรื้อรัง (ต้อหินมุมเปิด)

ต้อหินชนิดนี้ เกิดจากการอุดตันของช่องระบายน้ำ ภายในลูกตาอย่างช้าๆ ทำให้ความดันลูกตาค่อยๆ สูงขึ้นเกิดกับคนอายุมากโดยเฉพาะกลุ่ที่มีอายุมากกว่าสี่สิบปีขึ้นไป หรือมีประวัติว่าบิดา มารดาเป็นต้อหิน เป็นมาก่อนมีประวัติมีอุบัติเหตุในตามาก่อน

อาการ

1. ในระยะแรกบางคนอาจไม่มีอาการอะไรเลย บางคนอาจรู้สึกมึนศีรษะเล็กน้อย เวลาอ่านหนังสือจะเพลีย และพร่าตาเร็วกว่าธรรมดา ความดันลูกตาที่สูงขึ้นจะค่อยๆ ทำลายสายตารอบนอกก่อน ในขณะที่การมองเห็นตรงกลางยังดีอยู่ ลายสายตาหรือรัศมีการมองเห็นจะแคบลงเรื่อยๆ

2. ระยะท้ายๆ ของโรค ผู้ป่วยจะมีลานสายตาแคบลงอย่างมาก มองอะไรข้างๆ ไม่เห็น ชอบเดินชนโน่นชนนี่สุดท้ายจริงๆ มองตรงไปข้างหน้าก็ไม่เห็น ถึงระยะนี้ประสาทตาของผู้ป่วยจะถูกทำลายไปเกือบหมด แล้วทำให้ตาบอดจนในที่สุดบอดสนิท

การรักษา

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด ต้อหินชนิดนี้จึงอันตรายมาก เพราะทำให้สายตาเสียโดยไม่รู้ตัวจนบอดสนิท

จุดประสงค์ของการรักษา คือ ควบคุมความดันลูกตาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อหยุดยั้งการทำลายประสาทตาและลานสายตา ส่วนใหญ่แพทย์จะใช้ยาหลอดตา และปฏิบัติตามคำสั่งแพทย์โดยเคร่งครัด ถ้ารักษาทางยาไม่ได้ผลแพทย์อาจทำการฉายแสงเลเซอร์ หรือใช้วิธีผ่าตัดเพื่อพยุงการมองเห็นไม่ให้เสียมากขึ้น

คำแนะนำ

1. ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจวัดความดันลูกตาคัดกรองโรคต้อหินโดยเฉพาะคนที่มีแนวโน้มจะเป็นต้อหิน
2. การซื้อยามาหยอดตาเอง อาจเกิดต้อหินได้
3. เมื่อรักษาแล้ว ตาอาจเห็นไม่ดีขึ้น
4. ถ้าไม่รักษาหรือรักษาไม่ต่อเนื่อง ตาจะค่อยๆ บอดทีละน้อย
5. ต้องดูแลรักษาตลอดชีวิต และปฎิบัติตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยป้องกันตาบอดได้

คุณอาจสนใจเรื่องนี้

Comments (4)

 

  1. chomjit suthivorachai says:

    ผู้สูงอายุ 84 ปี เป็นโรคเบาหวาน, เคยทำบอลลูนหัวใจ, เป็นต้อกระจกแต่เปลี่ยนเลนซ์ตาเทียมมาแล้วทั้ง 2 ข้าง แต่มีตาข้างหนึ่งหลังจากเปลี่ยนเลนซ์ตาแล้วความสามารถในการมองเห็นก็ไม่ดีขึ้น และมีอาการคือเหมือนมีสิ่งขีดขวางในลูกตา คุณหมอตาบอกว่า เบาหวานขึ้นตา และมีต้อหิน หมอให้หยอดยา LUMIGAN กับ ACULAR แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น อยากทราบว่ามีทางรักษาทางอื่นอีกหรือไม่ และช่วยแนะนำคุณหมอให้ด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

  2. admin says:

    อันนี้พูดยากครับ เพราะว่า ระบบประสาทหากเสียแล้วก็เสียเลย

  3. ่jj says:

    คุณแม่ อายุ 69 ปีเป็นโรคต้อหิน ได้รับการรักษาโดยเลเซอร์แลัว ที่ รามา สายตาใช้ได้ 30-40 % ต่อมาเมือ2 วันที่แล้วตาติดเชื้อ เข้ารพ.นพรัตน์ คุณหมอให้นอนรพ.หยอดตาทุก 1 ชั่วโมง เพื่อรักษาการติดเชื้อ ส่วนสายตาไม่ให้หวัง(ฟังแล้วไม่สบายใจ) อยากทราบว่ามีทางรักษาอื่นที่ดีกว่าหรือไม่ และควรย้ายไปรพ.เฉพาะทางไหม (เช่นรามา หรือเมตตาประชารักษ์ เพราะมีผู้แนะนำว่าหมอเก่ง)
    ขอบคุณมากคะ่

  4. admin says:

    น่าเห็นใจครับ เพราะสายตาไวต่อการติดเชื้อมาก ส่วนเรื่องการฟื้นของสายตา คงต้องรอดูผลตรวจอีกทีครับว่า ระบบประสาทที่เกี่ยวกับสายตาเสียหายมากแค่ไหน อันนี้ผมไม่รู้ลึกซึ้งขนาดนั้นครับ แต่พอทราบในหลักการ แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ การเปลี่ยนหมอนั้นแนะนำให้รักษากับหมอเฉพาะทางท่านใดท่านหนึ่ง ครับ เพราะการเปลี่ยนแพทย์คือเริ่มใหม่นั่นเอง

Leave a Reply




Power by : Mr.SUGUN MALITON :: : sugunxp@hotmail.com